Breaking News
Home / ข่าวระยอง / รมว.วางศิลาฤกษ์โครงการ70,000ล้าน

รมว.วางศิลาฤกษ์โครงการ70,000ล้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วางศิลาฤกษ์โครงการส่วนขยายปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ซึ่งเป็นโครงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นปลาย ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง 3โครงการมูลค่า70,000ล้านบาท

ณ พื้นที่ก่อสร้างโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ PTTGC สาขา 2 (โรงโอเลฟินส์ ไอ – หนึ่ง) อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการORP, GC Oxirane, GC Polyols” โดยมี นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีทีจีซี นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการพีทีทีจีซี และหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงาน ด้านการพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นายมานิต อินเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด คณะผู้บริหารพีทีทีจีซี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานชุมชน พนักงานพีทีทีจีซี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

 

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อ 30 ปีก่อน ประเทศไทยมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติ รัฐบาลในอดีตตัดสินใจลงทุนวางท่อก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ก่อกำเนิดเป็นอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี เพื่อเป็นวัตถุดิบในการสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมูลค่ามหาศาล ในวันนี้กระทรวงพลังงานมีภารกิจสำคัญในการจัดหา พัฒนาและบริหารจัดการพลังงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพความมั่นคงและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่พลังงานจะต้องก้าวไปสู่พลังงาน 4.0 พร้อมทั้งการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นอกจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการพัฒนาของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต โดยมุ่งเน้นให้แต่ละพื้นที่ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันมีความสามารถที่จะนำพาการพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเองได้ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคพร้อมทั้งการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ การดำเนินโครงการส่วนขยายปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษในพื้นที่ EEC ของ PTTGC ร่วมกับนักลงทุน พันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญนี้ จะช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี สร้างโอกาสการจ้างงาน พร้อมการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน เพื่อประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเติบโตร่วมกัน อย่างยั่งยืน

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ PTTGC และหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานด้านการพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต กล่าวว่า ขณะนี้ พระราชบัญญัติ EEC ได้รับการเห็นชอบและ กำลังอยู่ระหว่างการออกเป็นกฎหมาย และ ถูกกำหนดลงในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560 – 2579) สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งถือเป็นก้าวสําคัญของการพัฒนาและเดินหน้าตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการลงทุนขนาดใหญ่จะได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเป็นธรรม ปัญหาและอุปสรรค จะได้รับการดูแลแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต โครงการส่วนขยายปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ซึ่งเป็นโครงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นและขั้นปลาย ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดระยอง ทั้ง โครงการนี้ ไม่เพียงส่งเสริม New S-Curve ใน EEC เท่านั้น แต่ยังมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ เกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน อีกด้วย

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC กล่าวว่า พื้นที่ Eastern Seaboardแห่งนี้ เมื่อ 30 ปีก่อน ยังเป็นไร่สับปะรด และ PTTGC มีความเชื่อว่าการลงทุนในพื้นที่แห่งนี้จะสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดย PTTGC เป็นผู้ประกอบการรายแรก ๆ ที่เข้ามาลงทุน สร้างโรงโอเลฟินส์แห่งแรกของประเทศ ก่อเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และความเจริญให้กับประเทศ มาโดยตลอด ทำให้ไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มากด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ วันนี้ PTTGC พร้อมที่จะลงทุนเดินหน้าโครงการปิโตรเคมี โครงการ มูลค่าราว 70,000 ล้านบาท ในพื้นที่ EEC ที่นับเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และเป็นประตูสู่ทวีปเอเชีย ยุโรปและอเมริกา ถือเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของโลก PTTGC เชื่อมั่นว่า EEC จะสร้างโอกาสการกลับมาลงทุนใหม่ของนักลงทุนบนพื้นที่เดิม ด้วยมีจุดแข็ง ในด้านโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่พัฒนาต่อยอดใหม่ โดย PTTGC ได้เชิญนักลงทุนต่างชาติมาเยี่ยมชมพื้นที่ใน EEC และPTTGC ได้ไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุน 7-8 บริษัทที่ให้ความสนใจและตัดสินใจร่วมลงทุน โดยได้มีการลงนามMOU แล้ว บริษัท คิดเป็นเงินลงทุนใน EEC รวมกว่า 100,000 ล้านบาท ในระยะ ปี และบริษัทฯ ก็พร้อมจะเดินหน้าไปกับการพัฒนา EEC ของประเทศ..00000000

อัจฉรา วิเศษศรี จ.ระยอง

About saowanee

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*