เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าแผนบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง

เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าแผนบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใน EEC


เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ อ่างเก็บน้ำประแสร์ ม.6 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง เพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก รองรับการเกิดขึ้นของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีนายทินกร สุทิน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ อ่างเก็บน้ำประแสร์ ให้การต้อนรับ

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า พื้นที่ 8 จังหวัดภาคภาคตะวันออก มีความต้องการน้ำเกือบ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ใน 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย อุปโภคบริโภค อ,อุตสาหกรรมและภาคเกษตร โดย จ.ระยอง ,ฉะเชิงเทราและชลบุรี มีความต้องการน้ำใน 3 กิจกรรมมากเกือบ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงต้องมีการจัดสรรน้ำให้ชัดเจน เนื่องจากในอนาคตอาจได้รับผลกระทบเรื่องการเพิ่มขึ้นของภาคอุตสาหกรรม ที่อาจกระทบกับแหล่งน้ำเดิมที่มีอยู่และจะต้องมีความจำเป็นในการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม โดยสถานการณ์น้ำในปัจจุบันถือว่ามีเพียงพอ แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า อาจจำเป็นต้องมีการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำทุกรูปแบบ และเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำเดิม รวมทั้งสร้างโครงข่ายน้ำให้มีการไหลเวียนทุกอ่างเก็บน้ำในพื้นที่


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนในการพัฒนาแหล่งน้ำในช่วงระยะเวลา 10 ปี ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จากการประเมินอัตราความต้องการใช้น้ำกับอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคในช่วงระยะเวลา 20 ปีพบว่ายังมีความต้องการใช้น้ำที่อยู่นอกเหนือที่วางแผนไว้ จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งให้มีการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งการทำน้ำบาดาลให้มีศักยภาพมากกว่า 1,000ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และการใช้เทคโนโลยีในการทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด ขณะเดียวกันก็ต้องลดความต้องการการการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมควบคู่ไปด้วย รวมทั้งสำรวจความต้องการใช้น้ำของภาคเกษตรกรรมที่เป็นปัจจุบันให้ชัดเจนอีกด้วย…

ชินกฤต เชิดกลิ่น/ระยอง 0806461985

About admin

Leave a Reply

Your email address will not be published.