บ้านตากาแฟ

13 ปี “ บ้านตากาแฟ ” กับการเติบโตอย่างยั่งยืนบนแนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ครึ่งวันที่รวดเร็วและมีคุณค่ากับการได้มารู้จักกับบ้านตากาแฟในแบบที่ผมเชื่อว่า หลายๆ คนก็ไม่เคยรู้ คุณอา กรทัศน์ คุณาวุฒิ ได้บอกเล่าและพาเราเดินชมจนทั่ว เลย ต้องขอบอกว่าแอบชื่นชมท่านมากๆ บ้านตากาแฟนั้นมีอายุก็ 13 ปีแล้ว ครับและในวันนี้ก็มีบ้านตากาแฟสาขาที่สอง ซึ่งอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งเดียวกันเป็น ร้านกาแฟที่ใหญ่และสวยงามทั้งสองสาขาอะไรจะขายดีเวอร์ขนาดนั้น ช่วงเทศกาล นั้นต้องใช้บัตรคิวกันเลยทีเดียว สิ่งที่ผมต้องแปลกใจเมื่อเริ่มพูดคุยกับคุณอาก็คือ คุณอาไม่ต้องการให้โปรโมทกาแฟของบ้านตากาแฟแปลกมั้ยละครับ  คุณอาให้ เหตุผลว่าไม่อยากให้ทุกคนมากินเฉพาะของบ้านตากาแฟ แต่อยากให้ทุกคนทาน กาแฟของทุกๆร้าน ท่านอยากให้กาแฟเป็นที่นิยมในวงกว้าง และอยากให้ทุกๆ ร้านกาแฟมีรายได้ เช้าทานร้านนั้นกลางวันทานร้านนี้ ทุกๆร้านก็จะอยู่กันได้เป็น แนวคิดที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนจริงๆนะครับ

บ้านตา-1-6

คุณอายังเล่าต่อไปอีกว่ากำไรที่ได้จากการขายกาแฟ ท่านได้เอาไปใช้เพื่อการบำบัด น้ำเสียของปั๊มน้ำมันและน้ำเสียจากร้านค้าร้านกาแฟที่อยู่ในเขตปั๊มน้ำมันของคุณอาเอง นี่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ทุกวันนี้หายากจริงๆครับ คุณอาได้พาเรา ไปเดินดูกระบวนการบำบัดน้ำเสีย เราได้เห็นโรงทำน้ำจุลินทรีย์ ได้เห็นเส้นทาง ของน้ำเสียจากต้นทางไปจนถึงน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วเอามาใช้รดต้นไม้ภายในปั๊มน้ำมันได้ ในบ่อบำบัดน้ำขนาดใหญ่ก็มีการเลี้ยงปลานิลด้วย น้ำจุลินทรีย์ที่ทำ เกินเหลือก็ขายได้ด้วย สรุปแล้วมีแต่ได้กับได้นะครับ

บ้านตา-1-8

สิ่งที่คุณอาได้ลงแรงทำไปก็เนื่องจากท่านได้เดินตามเส้นทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงของเรา ผมเดินไปรอบๆจะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงและ พระบรมวงศานุวงศ์อยู่หลายแห่งเลยครับ คุณอายังได้รับรางวัลจากสมเด็จพระเทพฯ  เนื่องในการนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช้ในธุรกิจได้อย่างเป็นผลสำเร็จ น่าปลื้มใจจริงๆ นะครับ

บ้านตา-1-7

วันที่เราได้ไปสัมภาษณ์ก็โชคดีที่มีโอกาสได้พบกับผู้ที่จะมาสืบทอดธุรกิจของคุณอา ก็คือน้อง กรวิชญ์ คุณาวุฒิ ลูกชายคนสุดท้อง ซึ่งพึ่งเรียนจบทางด้านธุรกิจมาจาก ประเทศสิงคโปร์ รู้ๆ กันอยู่นะครับว่าการศึกษาของประเทศสิงคโปร์นั้นติดอันดับ หนึ่งของโลกไปแล้ว แบบนี้ธุรกิจปั๊มน้ำมันและบ้านตากาแฟในอนาคตจะเป็น อย่างไรมันน่าสนใจจริงๆนะครับ น้องเล่าให้ฟังว่าพ่อให้ทำงานมาตั้งแต่เล็กแล้ว ต้องล้างบ่อปลาต้องเป็นเด็กปั๊มเติมน้ำมัน ปัจจุบันอายุเพียงแค่ 21 ปี แต่น้อง  กรวิชญ์ ได้ผ่านการอบรมสั่งสอนเรียนรู้จากคุณพ่อ จนนำหน้าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน น้องบอกกับเรา ว่าต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้เท่าคุณพ่อก่อน แล้วจึงจะ สามารถต่อยอดธุรกิจของพ่อได้ซึ่งทำไว้ดีมากๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่ใช่น้อย เราคงต้องติดตามผล งานของน้องกรวิชญ์ กันต่อไป  ทีมงานระยองไกด์ ต้องขอขอบคุณ คุณอา กรทัศน์ คุณาวุฒิ ที่สละ เวลาอันมีค่าให้กับทีมงาน มีโอกาสเราจะไปเยี่ยม อีกนะครับ  นี่แหละครับผลงานจากความรักความ เอาใจใส่และมันก็คือ ……. a cup of love …….

 

 

About admin

Leave a Reply

Your email address will not be published.