เทควันโดไทยแบโผ 10 จอมเตะลุย เอเชี่ยนเกมส์ ไร้ชื่อน้องก้อย!

thailand_pp

 

เทควันโดไทย แบโผ 10 จอมเตะลุยเอเชี่ยนเกมส์ โดยมี เป็นเอก การะเกตุ กับ ชนาธิป ซ้อนขำ เป็นตัวชูโรง แต่ไร้ชื่อ “น้องก้อย” รุ่งระวี ขุระสะ จอมเตะสาวชื่อดัง ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ เตรียมส่งชื่อเพิ่มอีก 1 รุ่น มั่นใจไทยคว้า 1 เหรียญทองกลับมาแน่
นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่สมาคมได้ทำการเก็บตัวฝึกซ้อมและคัดเลือกจอมเตะทีมชาติฝีเท้าดี ทั้งหมด 17 คนชาย-หญิง เพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ มาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ซึ่งแต่ละเดือนจะมีการประลองฝีเท้านักกีฬาในแต่ละรุ่นที่อยู่ในข่าย เพื่อเก็บคะแนนสะสมอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากสมาคมต้องการเฟ้นหานักกีฬาที่ดีและพร้อมที่สุดเท่านั้นเดินทางไป ล่าเหรียญทอง “อินชอนเกมส์” ที่จะเปิดฉากอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ล่าสุดหลังจากสมาคมได้ทำการประลองฝีเท้านักกีฬาเป็นครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ณ เวลานี้ได้นักกีฬาครบทั้ง 10 คนแล้ว ประกอบด้วย

ประเภทชาย รุ่นน้ำหนัก 54 กก. “จูเนี่ยร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี, รุ่นน้ำหนัก 58 กก. “เจ้าไอ” เป็นเอก การะเกตุ อันดับ 4 กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่อังกฤษ, รุ่นน้ำหนัก 63 กก.อัครินทร์ กิจวิจารณ์, รุ่นน้ำหนัก 68 กก.เชษฐรพี ต่างใจ, รุ่นน้ำหนัก 74 กก.พีระเทพ ศิลาอ่อน, รุ่นน้ำหนัก 87 กก.”เจ้าโก้” ณัฐภัทร ตันตรามาตย์ เหรียญทองเทรลเลบอร์กโอเพ่น

ประเภทหญิง รุ่นน้ำหนัก 46 กก.”น้องนิด” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตแชมป์เยาวชนเอเชีย และเหรียญทองควอลิฟายยูธโอลิมปิกเกมส์, รุ่นน้ำหนัก 49 กก.”น้องเล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ เหรียญทองแดงลอนดอนเกมส์, รุ่นน้ำหนัก 53 กก.”น้องหยิน” สริตา ผ่องศรี อดีตเหรียญทองเอเชี่ยนเกมสว์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว, รุ่นน้ำหนัก 57 กก.”น้องจูน” รังสิญา นิสัยสม อดีตแชมป์โลกหญิงคนแรกของไทย

ขณะที่รุ่นน้ำหนัก 62 กก.เดิมทีมี “น้องก้อย” รุ่งระวี ขุระสะ กับ อิศรินทร์ ทวีปถาวรวงศ์ นักเทควันโดเยาวชนดาวรุ่งอยู่ในข่าย และรุ่นน้ำหนัก 67 กก.ที่มี คาสซานดร้า ฮาลเลอร์ เป็นตัวชูโรงนั้น คณะกรรมการฯได้พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วว่า เห็นสมควรให้อยู่ในการวินิจฉัยของ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ ที่จะเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐฯหลังวันที่ 4 ส.ค.นี้ เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวว่า จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันหรือไม่

การคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติทุกครั้งไม่ว่า มหกรรมการแข่งขันอะไรก็ตาม สมาคมคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ทุกอย่างต้องว่า กันไปตามเนื้อผ้านและมาตรฐานที่ดีของนักเทควันโดไทย ไม่มีลำเอียงว่า จะมาจากสโมสรไหน ทุกคนต้องเสนมอภาคกันหมด เรามองไปที่โอกาสความหวังในการสร้างชื่อเสียงและผลงานให้กับประเทศชาติ มากกว่า นักกีฬาทุกคนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องฝ่านด่านทดสอบความสามารถและการฟิตซ้อม ที่ดีต่างๆมากมาย”

“โดยมี “โค้ชเช” เช ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ คอยเก็บคะแนนสะสมในแต่ละเดือนเอาไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงมาตรฐานที่ดีของนักกีฬาแต่ละคนว่า เป็นเช่นไรบ้าง เราไม่ได้มาประลองแค่ครั้งเดียวเหมือนในอดีต เพราะอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นการฟิตซ้อมนานมาหลายเดือนโค้ชทุกคนจะรู้ดีว่า เด็กแต่ละคนมีดี หรือจุดบกพร้องตรงไหนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้การได้ตัวนักกีฬาครบทั้ง 10 คนทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจ เพราะแต่ละคนล้วนมีโอกาสในการลุ้นเหรียญรางวัลกลับมา โดยเฉพาะเป้าหมาย 1 เหรียญทองที่ทาง “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯคาดหวังเอาไว้

“บิ๊กชา” นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโดไทย ยังกล่าวอีกว่า “สำหรับนักกีฬาที่พลาดหวังในการคัดเลือกตัวไป “อินชอนเกมส์” ครั้งนี้ ทางสมาคมยังเปิดโอกาสเก็บตัวฝึกซ้อมต่อ เนื่องจากบางคนประสบการณ์ยังน้อยจึงพลาดไป เพราะเรายังมีอีกหลายรายการให้นักกีฬาเหล่านี้ได้พิสูจน์ฝีเท้าเพื่อก้าว ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ต่อไปในอนาคต อีกทั้งศึกเอเชี่ยนเกมส์เป็นอีกหนึ่งแมทช์สำคัญมากเพราะ 4 ปีมีแค่ครั้งเดียว”

“ดังนั้นเราต้องเฟ้นหาคนที่พร้อมและดีที่สุดเท่านั้นไป ที่สำคัญคู่ต่อสู้ดีกรีระดับโลกอยู่ในเอเชียทั้งสิ้น อาทิ อิหร่าน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และจีน ซึ่งหากเราได้นักกีฬาที่ไม่มีความพร้อมและไม่มีสมาธิกับเกมดังกล่าวนี้ อาจจะทำให้เป้าหมายที่สมาคมคาดหวังไว้ คลาดเคลื่อนไปได้ ที่สำคัญการแข่งขันในครั้งนี้ไปชิงชัยกันที่ชาติต้นตำรับของกีฬาเทควันโด คือ เกาหลีใต้ หากเราได้นักกีฬาไม่ครบเครื่องประสบการณ์น้อยขาดความทุ่มเทและตั้งใจก็ทำให้ ความสำเร็จที่เราเคยทำได้เมื่อ 4 ปีที่แล้วใน “กวางโจวเกมส์” กลายเป็นแค่อดีตไปโดยทันที อย่างไรก็ตามจากนี้ไปก่อนเดินทางไปเอเชี่ยนเกมส์เราจะมีโปรแกรมดูแลนักกีฬา ทั้งหมดให้พร้อมและดีที่สุดกับรายการใหญ่ระดับนี้

“ผมเชื่อมั่นว่า นักกีฬาชุดนี้จะคว้า 1 เหรียญทองกลับมาได้ตามเป้าหมาย เพราะแต่ละคนล้วนผ่านการฟิตซ้อมมาอย่างหนัก ที่สำคัญเรื่องระเบียบวินัยและความรับผิดชอบจะต้องเสมอต้นเสมอปลาย ทุกเดือนเราจะมีการประลองเพื่อเก็บคะแนนสะสม ก่อนจะมาเตะชี้ขาดในนัดสุดท้ายไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเวลานั้นเราก็พอรู้ตัวแล้วว่า ใครบ้างจะได้สิทธิ์ดังกล่าว จากรายชื่อที่ปรากฏออกมา จะเห็นได้ว่า มีทั้งนักกีฬาดาวรุ่งและตัวเก๋าเดินทางไปเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้” นายปรีชา กล่าวทิ้งท้าย

Credit : http://sport.sanook.com/

About admin

Leave a Reply

Your email address will not be published.