กกต.เมียนมา จวกส่อโกง พรรคซูจีโวยนับคะแนนช้า

EyWwB5WU57MYnKOuXohpv3fDgQaQMgR0CSRzTGxlPebbt6gMaaWoFx

ถ้าสถานการณ์ไม่พลิก “อองซาน ซูจี” มีสิทธิ์ลอยลำคว้าชัยชนะการเลือกตั้งของเมียนมาอย่างแน่นอน ด้านโฆษกพรรคเอ็นแอลดี ของนางซูจี ซัด กกต.เมียนมาตุกติกส่อแววโกง เห็นได้ชัดจากการประกาศผลล่าช้า ส่วนกองทัพเมียนมาย้ำให้เกียรติและเคารพผลการเลือกตั้ง ขณะที่กลุ่มยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ เตือนปัญหาศาสนาและชนกลุ่มน้อย อาจก่อให้เกิดเหตุปะทะดุเดือดเรื่องเลือกตั้ง

เมื่อวันอังคารที่ 10 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศยังติดตามรายงานผลการนับคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมาซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ซึ่งเกือบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ฝ่ายค้าน ของนางอองซาน ซูจี ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น จนอาจทำให้พรรคเอ็นแอลดีสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

นางซูจีให้สัมภาษณ์พิเศษกับบรรษัทแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งอังกฤษ (บีบีซี) เมื่อ 9 พ.ย.ว่า ตนเชื่อว่าพรรคเอ็นแอลดีจะชนะ ได้ที่นั่งในรัฐสภาถึง 75 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กกต.) ของเมียนมา เพิ่งทยอยประกาศผลเลือกตั้งอย่างช้าๆ โดยระบุว่า จนถึงวันที่ 10 พ.ย. พรรคเอ็นแอลดีได้ที่นั่ง 78 ที่นั่ง จากทั้งหมด 88 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่าง ขณะที่พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ของรัฐบาลเมียนมา ได้ไปแค่ 5 ที่นั่ง ส่วนพรรคอื่นๆ ได้ไป 5 ที่นั่ง ขณะที่ผลการเลือกตั้งสภาท้องถิ่น พรรคเอ็นแอลดีได้ไป 143 ที่นั่ง พรรคยูเอสดีพีได้ 12 ที่นั่ง พรรคอื่นได้ไป 10 ที่นั่ง แต่ยังไม่มีการประกาศผลสมาชิกสภาสูงหรือสภาชนชาติ คาดว่าต้องใช้เวลาหลายวันก่อนที่ กกต. เมียนมาจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

นางซูจีกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเสรีและยุติธรรมมากที่สุดในรอบหลายสิบปี แม้ยังมีหลายพื้นที่ใช้อิทธิพลทางการเมืองข่มขู่คุกคามผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ขณะที่กองทัพเมียนมาย้ำว่าให้เกียรติและเคารพผลการเลือกตั้ง ซึ่งนางซูจีเห็นว่าเป็นเพราะเวลาที่แตกต่างกัน ประชาชนที่แตกต่างกัน ทุกอย่างตื่นตัวกันมากขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆกองทัพ ขณะที่นายวิน เต็ง โฆษกพรรคเอ็นแอลดี กล่าวโทษ กกต.เมียนมาว่า ต้องการจะเล่นตุกติกหรือมีกลโกงอะไรสักอย่าง เพราะดูเหมือนจงใจให้ผลการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป โดยประกาศผลการนับคะแนนเสียงแต่ละแห่งทีละน้อย

วันเดียวกัน นายอเล็กซานเดอร์ กราฟ ลัมบ์สดอร์ฟฟ์ หัวหน้าทีมเฝ้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งประจำสหภาพยุโรป (อียู) เผยว่า การเลือกตั้งของ เมียนมาครั้งนี้ ถือว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังคงปฏิเสธที่จะกล่าวว่าเป็นการเลือกตั้งที่เสรีภาพและยุติธรรม จึงมองว่าจะต้องมีการปฏิรูปให้มากขึ้น เพื่อ ให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งต่อไปในอนาคตสดใสสะอาดอย่างแท้จริง เหตุหนึ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่ ยุติธรรม เพราะกรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญของเมียนมา ที่จำนวนที่นั่งส่วนหนึ่งในสภาต้องเป็นของรัฐบาลทหาร นั่นหมายถึงการเลือกตั้งครั้งนี้เพียง 75%

ขณะที่ กลุ่มยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ออกมาเตือนถึงปัญหาความตึงเครียดด้านศาสนาและชนกลุ่มน้อยในเมียนมา อาจปะทุเดือดขึ้นหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งครั้งนี้จนอาจนำไปสู่ความรุนแรง เพราะชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งราว 500,000 คน ถูกกีดขวางไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงเรียกร้องให้ประชาคมโลกเฝ้าจับตามองสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม นายจอช เออร์เนสต์ โฆษกประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ แถลงแสดงความยินดีกับการเลือกตั้งในเมียนมา ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างมีความหมายและเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยในเมียนมา พร้อมสนับสนุนการให้สตรี คนรุ่นใหม่และชนกลุ่มน้อยมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องของโครงสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยชี้ถึงข้อกฎหมายที่เห็นว่ามุ่งกีดกันโดยตรงที่จะให้นางซูจีก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมียนมา

ส่วนบรรยากาศในเมียนมา ประชาชนตามท้องถนน ในนครย่างกุ้ง พากันอ่านหนังสือพิมพ์ที่ลงภาพของนางซูจี ขณะที่ประชาชนทั้งประเทศยังเฝ้ารอการยืนยันถึงชัยชนะของนางซูจีอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การนำเสนอข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ในเมียนมายังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศที่เคยปกครองจากกองทัพเป็นเวลานาน เพราะสื่อเคยถูกห้ามลงภาพนางซูจี เช่น นสพ. เดลี่ อีเลเว่น ที่พาดหัวว่า เอ็นแอลดีกำลังชนะ ส่วนประชาชนกำลังรอการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้

นางฮเทย์ ฮเทย์ เย ชาวเมียนมาอายุ 70 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในบริเวณบ้านของนางซูจีว่า มีความตั้งใจจะมอบ เข็มกลัดทองฝังทับทิม รูปทรงคล้ายแผนที่เมียนมาอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี ให้นางซูจี เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะมอบเป็นของขวัญสำคัญสำหรับชัยชนะของนางซูจี แม้ไม่ได้พบนางซจีที่อยู่ระหว่างติดประชุมกับสมาชิกพรรค แต่ได้ฝากของขวัญชิ้นนี้ไว้ กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

Credit : http://www.thairath.co.th/

About admin

Leave a Reply

Your email address will not be published.